สวดมนต์อย่างไรให้ใจมีสุข



  • ด้วยสภาพของสังคมที่วุ่นวาย ดิ้นรนและแข่งขันกันในปัจจุบัน ทำให้สภาวะอารมณ์ของคนทั่วไปโดยเฉพาะสังคมคนเมือง อยู่ในสภาวะเครียดและกดดัน การได้สวดมนต์เป็นอีกวิธีที่จะช่วยได้ อารมณ์และจิตใจสงบขึ้น ฟุ้งซ่านน้อยลง เนื่องจากได้รับรู้หลักคำสอนและความเป็นจริงของชีวิตที่มีอยู่ในบทสวดมนต์

    หลังจากที่ต้องตรากตรำการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานจะใช้แรงงานหรือใช้ความคิด แต่สิ่งๆหนึ่งที่คนทุกคนต้องเผชิญเหมือนกันคือ ความเครียดจากการทำงาน ทั้งเรื่องงาน เพื่อนร่วมงาน การเดินทางหรือแม้คนในครอบครัว สิ่งเหล่านี้จะสะสมอยู่กับคนเป็นเกือบปี แต่ถ้าเราได้ลองนั่งสวดมนต์หลังจากเสร็จภาระกิจประจำวัน อาบน้ำอาบท่าให้สดชื่นก่อนจะเข้านอน หาสถานที่สงบภายในบ้าน อาจจะเป็นห้องนอนหรือบ้านใครมีห้องพระก็ยิ่งดีใหญ่ หนังสือสวดมนต์ที่เป็นแบบสวดมนต์แปลสักเล่ม ที่บอกว่าเป็นหนังสือสวดมนต์แปลก็เพราะจะมีคำแปลเป็นภาษาไทยในบทสวดมนต์ที่เราสวด จะทำให้เราเข้าใจและรับรู้เรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้าในขณะที่เราสวดมนต์

    ในบทสวดมนต์แต่ละบท บางบทสวด(ในคำแปล)จะเป็นบทสรรเสริญพระพุทธเจ้าที่พระองค์ท่านได้ทรงนำพาพระองค์เองไปหาหนทางหลุดพ้นออกจากทุกข์ จนเมื่อพระองค์ทรงพบหนทางหลุดพ้นออกจากทุกข์ก็ทรงออกมาเผยแผ่คำสอนกับคนทั่วไปเพื่อเป็นหนทางแห่งการดับทุกข์ บางบทสวดจะเป็นหนทางและวิธีการของการเกิดแก่เจ็บตาย ทุกข์ สุข เป็นเรื่องธรรมดา มนุษย์ทุกคนต้องเจอและทำให้เห็นสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเรื่องปกติที่มนุษย์หรือสัตว์โลกทุกชีวิตต้องประสบพบเจอ ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกอะไร

    ขณะที่เราสวดเราควรที่จะตั้งใจและมีสติให้มั่น จดจ่ออยู่กับบทสวดมนต์ ระหว่างสวดไปและอ่านบทแปลไปก็ทำความเข้าใจกับคำแปลบทสวดนั้นๆจนเริ่มเข้าใจ ความเป็นมาเป็นไปของชีวิต ว่าจะเป็นทุกข์หรือสุข ตัวเราต่างหากที่เป็นคนกำหนดมันขึ้นมาเอง และการที่เราตั้งสติกับการสวดมนต์เป็นเวลานานๆจิตใจเราจะสงบขึ้น เหมือนเป็นการพักผ่อนสมองไปในตัว ความเครียดก็จะลดลง อารมณ์ก็จะไม่ปรวนแปร หงุดหงิดง่าย

    ดังนั้นการสวดมนต์ถ้าเรา มีความเพียร มีความตั้งใจ คิดตามและทำตามคำแปลของบทสวดมนต์สภาวะของอารมณ์และจิตใจของเราก็จะเกิดความสงบ เพราะรู้เหตุผลความจริงของชีวิต ทำให้อารมณ์ไม่หวั่นไหวกับสิ่งใดๆที่มากระทบ ความสุขทางใจก็จะตามมา



    ชินโชติ @ พุทธโธ 2016-10-06 10:27:27